ศิลปินสาว บุกร้องศาลถูก“พลเอก”กระทำชำเรานับปี

201

อดีตดาราสาว

ศิลปินสาว ยื่นศาลอาญาโกงฯ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ขั้น “พลเอก” ฝืนใจ เปิดโปงถูกขู่-รุกราม เปิดเผยอำนาจแทรกแซงบีบคั้น


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 เดือนสิงหาคม ที่ศาลอาญาคดีคดโกงแล้วก็กระทำไม่ดีกึ่งกลาง นางหน้าจอย (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี สมัยก่อนศิลปินดาราหนังมีชื่อเสียง เดินทางมาพร้อมทนายยื่นฟ้อง พลเอกรายหนึ่ง ซึ่งเวลานี้มีตำเเหน่งเป็นระดับผู้บังคับบัญชากองพลเเห่งหนึ่ง เเละผู้ทรงคุณวุฒิทัพบก และก็มีตำเเหน่งเป็นนายเวทีมวย ในข้อกล่าวหาใช้อิทธิพลหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง คุมขังหน่วงเหนี่ยว ด้วยกันพาหญิงอื่นไปเพื่อการอนาจารเเละขืนใจ

นายเมธี ทองคำเต่าอินทร์ ทนาย บอกว่า สำหรับคดีนี้ที่พวกเราเดินทางมายื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีคดโกงฯเนื่องจากว่าตามประกาศคำบัญชา คสช.ที่3/2558 ในข้อ 2 มีคำบัญชาแจ้งชัดว่าเจ้าหน้าที่รักษาความสงบซึ่งมีนศตั้งเเต่ร้อยตรีขึ้นไป ซึ่งคสช.เเต่งตั้งให้ปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งเเละผู้ต้องหามีขั้นถึง พลเอกก็เลยอยู่ในข่าย

ส่วนที่ถามคำถามว่าคดีนี้เป็นใช้ความรุนแรงทางเพศเพราะเหตุไรก็เลยมาร้องศาลคดโกงฯที่เกี่ยวกับการกระทำหน้าที่ นายเมธี บอกว่า ข้อกำหนดกฎหมายที่ตรงนี้อยู่ในเล่าฟ้องขอปิดไว้ก่อน เเต่มีข้อคิดเห็นว่าผู้ทำทำขณะที่อยู่ภายในตำเเหน่งหน้าที่ราชการนับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของเมือง ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเคยไปยื่นฟ้องศาลอาญา เเต่ทางศาลอาญาเเจ้งว่าให้มายื่นต่อศาลอาญาคดีคดโกงฯ พวกเราก็มายื่นฟ้องที่ผ่านมา เเต่ในวันนี้มายื่นเพิ่มอีกเพราะเหตุว่าครั้งที่เเล้วในส่วนอธิบายฟ้องไม่สมบูรณ์ ซึ่งศาลนัดหมายฟังคำบัญชาว่าจะรับคำฟ้องไว้เพื่อสอบสวนมูลฟ้องไหมในวันพรุ่ง

ในคดีนี้ที่สำคัญเป็นผู้เสียหายไปยื่นวิงวอนต่อทัพบก รับเป็นหนังสือเเล้วเเต่คดีไม่คืบผมต้องการฝากถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์อร่อย ที่เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมดูแลผู้เสียหายรายนี้หน่อย ด้วยเหตุว่าเกิดเรื่องที่ทหารเข้ามาทำกับราษฎรในเวลาที่คสช. ได้เข้ามากุมอำนาจ” ทนาย กล่าว

ด้าน นางหน้าจอย บอกว่า ที่ได้ทราบจะกับนายพลคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าว เหตุเพราะไปขอร้องในสมัย คสช.เกี่ยวกับเรื่อง 3 เเม่ลูก เเละตนจะโดนอุ้ม เเละได้ทราบจะกับคนก่อเหตุเสมอเหมือนญาติพี่น้องโดยวางใจ ก็เลยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้น ก่อนหน้าที่ผ่านมาตนไปเเจ้งความร้องเรียนกระทั่งตำรวจทำสำนวนยื่นฟ้องไปที่ศาลทหาร เเต่คดีก็กลับเงียบ ตนเคยไปยื่นร้องที่ทัพบกเรื่องก็ไม่คืบกลับโดนบอกกลับมาว่าเกิดเรื่องส่วนตัว ในขณะที่หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล

นางหน้าจอย กล่าวต่อว่าต่อขาน มีการเปลี่ยนที่กำลังทหารมาที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นการขู่เข็ญรุกรามจองจำหน่วงเหนี่ยว จนกระทั่ง 2 วันที่เเล้วก็มีรถมอเตอร์ไซค์เเละรถยนต์มาที่หน้าบ้าน ซึ่งบ้านตนมีกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพไว้เเล้ว คดีนี้ล่วงมาเกินปีปราศจากความก้าวหน้าถามตำรวจก็เงียบ บางทีก็โดนข่มขวัญด้วย พวกเราก็พึ่งจะทราบดีว่ากองปราบไม่รับเรื่องของพวกเรา พวกเราก็ไม่เคยรู้เหตุผลที่ไม่รับ

“เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนราวปี 2560 ทั้งๆที่มีการฟ้องฟ้องกับนายพลคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าว แม้กระนั้นในขณะนี้นายพลคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวซึ่งในตอนนั้นตำแหน่ง “พลตรี” ในตอนนี้กลับได้เลื่อนเป็น “พลเอก” มีหน้ามีตาในสังคม แม้กระนั้นฉันกลับจำต้องปวดร้าวทรมาณแสนสาหัสโดนบีบคั้นขู่เข็ญ ที่ผ่านมาไปตามคดีก็มีตอนนี้ตำรวจที่เป็น 1 ในผู้ที่ทำคดีที่เขาอึดอัดเล่าให้ฟังว่า มีการใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซง โดยผู้ที่ทำคดีของฉันถ้าหากทำแล้วกำเนิดแง่ดีกับคนก่อเหตุก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง 2 ขั้น แต่ว่าถ้าหากทำคดีเป็นทางลบกับนายพลคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวก็จะถูกย้าย ฉันก็หวังจะได้รับความยุติธรรมจากศาลก็เลยมายื่นฟ้อง” นางหน้าจอย กล่าว

อ่านต่อได้ที่ > หวยหุ้น